ขยับขึ้นที่ 6 ซัปโปโร บุกเชือด อิวาตะ 2-1 ชนาธิป ตัวจริงต่อเนื่อง

ขยับขึ้นที่ 6 ซัปโปโร บุกเชือด อิวาตะ 2-1 ชนาธิป ตัวจริงต่อเนื่อง

   ขยับขึ้นที่ 6 เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่เพิ่งบุกไปเฉือนเอาชนะ จูบิโล่ อิวาตะ ไป 2-1 งานนี้ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ มีส่วนร่วมกับทีม 1 ประตู

ขยับขึ้นที่ 6 ซัปโปโร บุกเชือด อิวาตะ 2-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอลเจลีก 1 จูบิโล อิวาตะ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ที่สนาม ยามาฮ่า สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562

   เจ้าถิ่น จูบิโล อิวาตะ รั้งอันดับ 16 มี 6 แต้ม กุนซือ ฮิโรชิ นานามิ วาง อาดาอิลตัน, ฮิโรกิ ยามาดะ และ โยชิอิโตะ โอคูโบะ ลงล่าตาข่าย

   ส่วน คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อยู่อันดับ 8 บนตาราง มี 12 แต้ม

   โดยมิไฮไล เปโตรวิชเฮดโค้ชทีมเยือน ส่งแอนเดอร์สัน โลเปสและมูซาชิ ซูซูกิลงล่าตาข่ายโดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ คอยปั้นเกม

   เริ่มเกม ซัปโปโร ได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6 ชนาธิป ไหลบอลให้ เรียวซูเกะ ชินโดะ ให้ต่อไปที่ แอนเดอร์สัน โลเปส พลิกบอลเข้าซ้ายก่อนจะจัดการซัดทันที บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ซัปโปโร นำก่อน 1-0

   เกมดำเนินมาจนเกือบจะหมดเวลาครึ่งแรก ช่วงทดเจ็บซัปโปโรก็มาได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากลูกเตะมุมที่อาคิโตะ ฟูกุโมริเปิดไปเสาสองให้เรียวซูเกะ ชินโดะโหม่งบอลเข้าประตูไป

   จ บ ค รึ่ ง แ ร ก ค อ น ซ า โ ด เ ล่ ซั ป โ ป โ ร เ ป็ น ฝ่ า ย ขึ้ น นำ จู บิ โ ล อิ ว า ต ะ ไ ป ก่ อ น 2 – 0

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 2 ประตู ทำให้เจ้าถิ่นอยู่เฉยไม่ได้ พอเสียงนกหวีดเริ่มครึ่งหลังดังขึ้น จึงพยายามทำเกมบุกเข้าใส่ ซัปโปโร ทันที แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปทำประตูได้ จนกระทั่งท้ายเกมนาทีที่ 83 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้จากลูกยิงของ อาดาอิลตัน ไล่ตามมาเป็น 2-1

   แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถไล่ทันได้ จบเกมคอนซาโดเล่ ซัปโปโรเป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะจูบิโล่ อิวาตะไป 2-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

   จูบิโล่ อิวาตะ: คามินสกี้, เรียว ชินซาโตะ, อีเรน, ไดกิ โอกาว่า, ทาคูมะ โอมินามิ, โชเฮ ทากาฮาชิ, ไทชิ ทากูชิ, มาซายะ มัตซุโมโต้, อาดาอิลตัน, ฮิโรกิ ยามาดะ, โยชิอิโตะ โอคูโบะ

   คอนซาโดเล่ ซัปโปโร: กู ซึง ยุน, เรียวซูเกะ ชินโดะ, คิม มิน แต, อาคิโตะ ฟูกุโมริ, ลูคัส แฟร์นันเดส, ฮิโรกิ มิยาซาว่า, คาซูกิ ฟูกาอิ, ไดกิ ซูงะ, แอนเดอร์สัน โลเปส, ชนาธิป สรงกระสินธ์, มูซาชิ ซูซูกิ

 

 

ทุลักทุเลเกินบรรยาย ปีศาจแดง ชนะหืดจับ เวสต์แฮม 2-1

ทุลักทุเลเกินบรรยาย ปีศาจแดง ชนะหืดจับ เวสต์แฮม 2-1

ทุลักทุเลเกินบรรยาย จริงๆ สำหรับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มการเล่นยังอยู่ในอาการโคม่า แม้จะออกนำไปก่อนจากจุดโทษของ ป๊อกบา แต่ก็มาถูก เวสต์แฮม ตามตีเสมอได้

ก่อนที่ ปีศาจแดง จะมาได้จุดโทษอีกครั้งในช่วงท้ายเกม ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด เฉือนชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปแบบหืดจับ 2-1 แซง อาร์เซน่อล ขึ้นที่ 5 ตามหลัง เชลซี 2 แต้มชั่วคราว

ทุลักทุเลเกินบรรยาย ปีศาจแดง เฉือน เวสต์แฮม 2-1

ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562

ปีศาจแดง ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาเอาชนะคู่แข่งไปได้เพียงนัดเดียวและแพ้ไปถึง 4 นัดด้วยกัน ส่วนทางด้าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผลงานก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก 4 นัดหลังสุด ชนะ 1 และแพ้ไป 3 นัด สำหรับสถิติการพบกัน 10 ครั้งหลังสุดที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แมนยู ยังไม่เคยแพ้ให้กับ เวสต์แฮม เลยแม้แต่ครั้งเดียว (ชนะ 10, เสมอ 3)

เริ่มเกมช่วงแรกเกมค่อนข้างสูสี นาทีที่ 10 เวสต์แฮมสามารถส่งบอลเข้าไปกองในประตูของปีศาจแดงได้แล้ว จากจังหวะที่ชิชาริโต้โหม่งบอลมาให้อันแดร์ซอนจัดการซัดบอลเข้าประตูไป

แต่จังหวะนี้ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน ซึ่งหลังจากดูภาพช้าเหมือนว่า อันแดร์ซอน จะยืนเท่า โจนส์ พอดิบพอดีจึงคาดว่าไลน์แมนอาจจะมองพลาดไป ทำให้ เวสต์แฮม อดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมานาทีที่ 19 ปีศาจแดง มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกจุดโทษซึ่งเป็นจังหวะที่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ มาต้า แล้วโดน สน็อดกราสส์ เสียบล้มลงไป ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษกับ แมนฯยูไนเต็ด ทันที แล้วก็เป็น ปอล ป๊อกบา ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ

หลังจากที่เสียประตู เวสต์แฮม พยายามกดดันเข้าใส่ ปีศาจแดง อย่างหนักและมีลุ้นประตูตีเสมออยู่บ้าง ส่วน แมนฯยูไนเต็ด ก็เจองานหนักไม่แพ้กัน แต่เวลาที่เหลือในครึ่งแรกไม่มีประตูเกิดขึ้นอีก ทำให้จบครึ่งแรก ปีศาจแดง เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลังเริ่มเกมได้ไม่นานเพียงนาทีที่ 49 เวสต์แฮม ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 เมื่อ เด เคอา พลาดขว้างบอลไม่ดูทำให้ ไรซ์ แย่งบอลไปจาก ป๊อกบา ได้ ก่อนจะจ่ายไปที่ ลานซินี่ หาจังหวะแล้วเปิดไปเสาสองให้ อันแดร์ซอน ซอดมาซัดด้วยขวาเข้าประตูไป ขุนค้อน ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ปีศาจแดง มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากบอลสวนกลับ ป๊อกบา จ่ายไปให้ มาร์กซิยาล โดยมี แรชฟอร์ด ข้ามหลอก ก่อนจะหลุดเดี่ยวแล้วไปโดน เฟรเดอริคส์ เสียบล้มจากทางด้านหลัง กรรมการเป่าให้เป็นจุดโทษ แล้วก็เป็น ป็อกบา ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอีกครั้ง

จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป 2-1

 

เหมาสอง เมสซี่ เบิ้ลพา บาร์ซ่า เปิดบ้านอัด เอสปันญอล 2-0

เหมาสอง เมสซี่ เบิ้ลพา บาร์ซ่า เปิดบ้านอัด เอสปันญอล 2-0

   เหมาสอง ลิโอเนล เมสซี่ เบิ้ลสองจากฟรีคิกเบิกร่องในครึ่งหลังและอีกหนึ่งประตูในช่วงท้ายเกม พา บาร์เซโลน่า เอาชนะ เอสปันญอล ไป 2-0 นำเป็นจ่าฝูง ลาลีก้า ทิ้งห่าง แอตเลติโก้ มาดริด ที่ลงเตะทีหลัง 13 แต้ม

เหมาสอง เมสซี่ เบิ้ลพา บาร์ซ่า อัด เอสปันญอล 2-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน บาร์เซโลน่า เปิด คัมป์ นู ต้อนรับการมาเยือนจาก เอสปันญอล ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 ซึ่งจากสถิติแล้ว เอสปันญอล ชนะ บาร์ซ่า ครั้งสุดท้ายในลีกคือปี 2009

   เริ่มเกม บาร์ซ่า เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนแต่ยังไม่มีจังหวะได้จบสกอร์เน้นๆ ส่วน เอสปันญอล ที่รอสวนก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

   นาทีที่ 21 ต่างดาวได้ลุ้นจากจังหวะสวนกลับ เมสซี่ให้ซัวเรซ ไหลต่อให้ราคิติชจับบอลก่อนจะซัดหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

   นาทีที่ 31 เป็นโอกาสอีกครั้งของบาร์ซ่า จากฟรีคิกริมกรอบเขตโทษฝั่งขวา เมสซี่เปิดบอลไปเสาแรก

   แล้วซานเชซสกัดผิดเหลี่ยม บอลพุ่งตรงกรอบยังดีที่โลเปซจะปัดออกหลังไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

   นาทีที่ 36 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกอีกครั้งคราวนี้เป็นหน้าหัวกะโหลก เมสซี่ จัดการปั่นด้วยซ้ายแต่น่าเสียดายที่บอลพุ่งไปติดกำแพงแล้วเด้งออกไป

   ครึ่งแรกแม้ บาร์ซ่า จะเป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่าแต่จังหวะจบยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู ทำให้จบครึ่งแรกยังไม่มีประตู ทั้งสองทีมจึงยังเสมอกัน 0-0

   ครึ่งหลังยังคงเป็นบาร์เซโลน่าที่เป็นฝ่ายครองเกมบุกเพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ นาทีที่ 48 เซเมโด้ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะกระชากไปจนสุดเส้นหลังแล้วเปิดไปเสาไกลให้อัลบาได้ซัดแต่หลุดเสาแรกออกไป

   นาทีที่ 54 เอสปันญอลได้ลุ้นบ้างซึ่งเป็นการยิงตรงกรอบครั้งแรกในเกมนี้ของทีมเยือนอีกด้วย จากลูกยิงของเมเลนโด้บอลพุ่งตรองกรอบ แต่ไปติดเซฟสเตเก้น

   แต่แล้วนาทีที่ 71 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำสมใจหลังจากที่ขึงกดดันฝ่ายตรงข้ามอยู่นานจากจังหวะที่ ซานเชซ ไปทำฟาวล์ใส่ เมสซี่ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษที่ระยะประมาณ 18 หลา แล้วก็เป็นเจ้าตัวเองที่ยิงบอลข้ามกำแพงแม้ ซานเชซ จะอ่านจังหวะแล้วถอยไปสกัดบนเส้นแต่ก็เคลียร์ไม่ออก ทำให้บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 บาร์ซ่า มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ สเตเก้น เล่นเร็วขว้างบอลมาให้ ราคิติช กลางสนามแล้วทำชิ่งกับ เมสซี่ ก่อนเปิดไปให้ มัลคอม เลี้ยงจี้จากซ้ายเข้ามาก่อนจะให้ไปที่ เมสซี่ วิ่งมาชาร์จจ่อๆ ต่างดาว นำ 2-0

   จบเกม บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะ เอสปันญอล ไป 2-0

 

ปืนแตก อาร์เซนอล 10 คนบุกพ่าย แรนส์ 1-3

ปืนแตก อาร์เซนอล 10 คนบุกพ่าย แรนส์ 1-3

   ปืนแตก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 4 แต่จุดเปลี่ยนคือใบแดงของ โซคราติส ปาปาสทาโธปูลอส สุดท้ายพ่ายให้กับ แรนส์ ไป 1-3 ในศึกยูโรป้าลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

ปืนแตก อาร์เซนอล บุกพ่าย แรนส์ 1-3

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก แรนส์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ที่สนาม รอซอน ปาร์ค ในวันที่ 7 มีนาคม 2562

   เริ่มเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่า โดยได้ประตูขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 จากจังหวะที่ มอนเรอัล ขึ้นเกมมาทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายให้ อิโวบี้ หนีตัวประกบก่อนจะเปิดเข้าเขตโทษ โชคดีบอลกระดอนไปโดนเสาสองกลิ้งเข้าประตูไป อาร์เซนอล ขึ้นนำก่อน 1-0

   นาทีที่ 16 เป็นโอกาสของเจ้าถิ่นที่ได้ลุ้นบ้าง จากฟรีคิกระยะไกล เกรอนิเยร์ ได้ลองยิง บอลพุ่งข้ามคานออกไป

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมง ปืนใหญ่ ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิก มคิทาร์ยาน จ่ายบอลเรียดไปให้ โอซิล เบิ้ลออกซ้ายไปที่ มอนเรอัล ตบเข้ากลางให้ ตอร์เรร่า ตวัดไปให้ มุสตาฟี่ ได้ยิง บอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไป

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 41 อาร์เซนอล ได้รับข่าวร้ายเมื่อ โซคราติส ที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้วไปเหนี่ยวใส่ อิสไมล่า ซาร์ ล้มลงไป ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองกลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามทันที

   หลังจากนั้นงานก็เข้า อาร์เซนอล ทันทีเมื่ออีก 1 นาทีถัดมา แรนส์ ก็มาได้ประตูตีเสมอแบบทันทีทันใดจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษจากจังหวะฟาวล์เมื่อนาทีที่แล้ว บูรีโชด์ ปั่นไปติดกำแพงแต่บอลเด้งมาเข้าทางเจ้าตัวอีกครั้งเลยซ้ำอีกหน บอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

   ครึ่งหลัง แรนส์ อาศัยความได้เปรียบที่ตัวผู้เล่นมากกว่าเปิดเกมบุกเข้าใส่ ปืนใหญ่ ทันที และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 56 ซาร์ พาบอลขึ้นมาจนสุดเส้นหลังฝั่งขวาแล้วตั้งใจจะเปิดกลับมาให้เพื่อน แต่บอลไปแฉลบเปลี่ยนทางไปหน้าปากประตูผ่านหน้า บูรีโชด์ ไปไม่ได้ชาร์จ

   แต่แล้วนาทีที่ 65 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะที่ เบนเซไบนี่ ได้ซัดไกลแล้วบอลไปติดบล็อกเปลี่ยนทางออกมาสุดเส้นหลังฝั่งขวา แล้วเป็น เซฟฟาเน่ วิ่งไปเก็บเอาบอลแล้วเปิดเข้าเขตโทษ บอลไปแฉลบ มอนเรอัล เข้าประตูไป แรนส์ พลิกนำ 2-1

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 แรนส์ มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 จากจังหวะโต้กลับ เบนเซไบนี่ พาบอลขึ้นมาทางซ้ายแล้วให้ไปที่ ซิลิกี้ เปิดไปเสาสองให้ ซาร์ วิ่งมาโหม่งบอลเข้าประตูไป จบเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายพ่ายให้กับ แรนส์ 1-3

 

 

ปลดล็อคนอกบ้าน เชลซี เฉือน มัลโม่ 2-1 ในศึกยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีม นัดแรก

ปลดล็อคนอกบ้าน เชลซี เฉือน มัลโม่ 2-1 ในศึกยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีม นัดแรก

   ปลดล็อคนอกบ้าน สิงห์บลู เชลซี บุกไปเอาชนะ มัลโม่ 2-1 จากประตูของ รอสส์ บาร์คลีย์ กับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก่อนจะมาโดนตีไข่แตกจากลูกยิงของ อันเดอร์ส คริสเตียนเซ่น ชัยชนะในนัดนี้ทำให้ เชลซี กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดที่สองใน สแตมฟอร์ดบริดจ์

ปลดล็อคนอกบ้าน เชลซี เฉือน มัลโม่ 2-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 32 ทีม นัดแรก มัลโม่ เปิดบ้านต้อนรับ เชลซี ที่สนาม สเว็ดแบงค์ สตาดิโอน ในวันพฤหัสบดีที่ 14 กถมภาพันธ์ 2562 ซึ่งผลงานนอกบ้านของ เชลซี ในปี 2019 ค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะแพ้มา 4 นัดรวดยังยิงคู่แข่งไม่ได้และเสียไป 13 ลูก

   เริ่มเกม เชลซีเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้มากกว่า แต่จังหวะบอกยังขาดๆเกินๆ ทำได้ไม่ค่อยดีนักทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำได้ ในขณะที่มัลโม่เน้นตั้งรับและรอโอกาสสวนกลับ ซึ่งก็ทำได้ค่อนข้างดี แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังทำอะไรได้ไม่มากเช่นกัน

   นาทีที่ 28 เชลซี ได้จากจังหวะที่ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลจากมุมธงฝั่งขวาโค้งไปตรงกลางให้ ชิรูด์ ได้โหม่งบอลหลุดหลังออกไป

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ในที่สุดประตูแรกของเกมนี้ก็ตกเป็นของ เชลซี จนได้ เริ่มที่ เปโดร เปิดบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ บาร์คลีย์ จับบอลก่อนจะจิ้มสวนตัวนายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไป เชลซี เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0 นับเป็นประตูแรกในเกมเยือนของพวกเขาในปี 2019 เลยก็ว่าได้

   หลังจากที่ตกเป็นรอง เจ้าถิ่นพยายามจะหาจังหวะเอาประตูตีเสมอให้ได้ จนมาได้ลุ้นในนาทีที่ 38 จากฟรีคิกทางมุมธงฝั่งซ้าย คริสเตียนเซ่น เปิดเข้ากลาง บอลขลุกขลิกหน้าประตูของเชลซีแล้วไปเข้าทางเจ้าถิ่นยิงไปติดบล็อก ลุยซ์ กระดอนมาถึง ซาฟารี จัดการซัดทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแต่ บาร์คลีย์ โหม่งเคลียร์ทิ้งออกไปได้ จบครึ่งแรก เชลซี เป็นฝ่ายบุกมานำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง เชลซี มาได้เพิ่มอีก 1 ประตูในนาทีที่ 58 จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะลากไปจนสุดเส้นหลังแล้วตบกลับมาหน้าปากประตูให้ ชิรูด์ ซัดเข้าไปเป็นประตู ทีมเยือนนำห่าง 2-0

   แต่เจ้าถิ่นก็ไม่ได้ยอมง่ายๆ เมื่อช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวัดโต้กลับเร็ว โรเซนเบิร์ก ให้บอลไปที่ คริสเตียนเซ่น หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะจัดการล่อเป้าตุงตาข่าย มัลโม่ ไล่ตามมาเป็น 2-1

   แต่ก็ไม่ทัน ทำให้จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ มัลโม่ ไป 2-1

 

 

พาเลซวิน ถีบส่ง สเปอร์ส 2-0 ร่วง เอฟเอคัพ เรียบร้อยแล้ว

พาเลซวิน ถีบส่ง สเปอร์ส 2-0 ร่วง เอฟเอคัพ เรียบร้อยแล้ว

   พาเลซวิน ถีบ สเปอร์ส ตกรอบเอฟเอคัพ 2-0 จากประตูของ คอนเนอร์ วิคแฮม และจุดโทษของ อันดรอส ทาวน์เซนด์ ทำให้ คริสตัล พาเลซ ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่ 5 ใน เอฟเอคัพ ส่วน ไก่เดือยทอง ต้องจอดเพียงป้ายนี้

พาเลซวิน ถีบส่ง สเปอร์ส 2-0 ร่วง เอฟเอคัพ

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบที่ 4 คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สนาม เซลเฮิสต์พาร์ก ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562

   สำหรับ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เกมนี้ คริสตัล พาเลซ จัดทัพชุดใหญ่ลงสนามนำทีมโดย คอนเนอร์ วิคแฮม เป็นหน้าเป้า ส่วนทางด้าน สเปอร์ส จัดชุดผสมสำรองผสมตัวจริง นำมาโดย เอริค ไดเออร์ และ เฟอร์นันโด ยอเรนเต้

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 9 เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว เคลลี่ กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะจ่ายเข้ากลางให้ ชลุ๊ปป์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วยิงไปติดปลายมือ กาซซานิก้า กระดอนออกมาเข้าทาง วิคแฮม ซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ ปราสาทเรือนแก้วนำไปก่อน 1-0

   นาทีที่ 17 สเปอร์ส เป็นฝ่ายที่ได้ลุ้นบ้างหลังจากพยายามตั้งเกมกันอยู่นาน จังหวะนี้ มูร่า ได้ส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ ที่ระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งแรงแต่ข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้น

   เกมเข้าสู่นาทีที่ 33 สเปอร์ส ต้องมาเสียเพิ่มอีก 1 ประตูจากจุดโทษ เป็นจังหวะที่เจ้าถิ่นครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ พยายามจะโหม่งสกัดบอลไปโดนมือ กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แล้วก็เป็น อันดรอส ทาวน์เซนด์ ที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ เจ้าถิ่นนำไปแล้ว 2-0

   ต่อด้วยอีกหนึ่งจังหวะลุ้นประตูที่ 3 ของ คริสตัล พาเลซ ในนาทีที่ 36 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ซาฮา ได้ทางฝั่งซ้ายก่อนจะตบเข้ากลางให้ ทาวน์เซนด์ วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแต่น่าเสียดายที่ กาซซานิก้า ปัดได้ทัน ครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ นำ สเปอร์ส อยู่ 2-0

   ครึ่งหลังลงสนามมาไก่พยายามจะตั้งเกมบุกเพื่อหวังเอาประตูคืน แต่ดูเหมือนหลายๆอย่างจะไม่เป็นใจ โดยเฉพาะ ผู้รักษาประตูของเจ้าถิ่น สเปโรนี ที่วันนี้โชว์ฝีมือได้อย่างเฉียบขาดจริงๆ สามารถเซฟประตูสำคัญไว้ได้หลายลูกเลยทีเดียว

   นาทีที่ 53 จังหวะลุ้นของ สเปอร์ส จากลูกยิงของยอเรนเต้ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลแฉลบกำลังจะพุ่งเข้าประตูแต่ไม่น่าเชื่อว่าสเปโรนี่ จะพุ่งไปเซฟไว้ได้

   สเปอร์ส พยายามจะหาช่องเพื่อเจาะเอาประตูตีตื้น แต่ก็ยังหาจังหวะไม่ได้เพราะเจ้าถิ่นหลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ก็เน้นตั้งรับลึกแล้วรอจังหวะสวนกลับ ซึ่งก็ยังไม่มีโอกาสเช่นกัน

   ทำให้สุดท้ายจบเกมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เป็นฝ่ายพ่ายให้กับคริสตัล พาเลซ 2-0 ตกรอบเอฟเอคัพเรียบร้อยแล้ว

 

คาบ้าน มาดริด โดนไว พ่าย เรอัล โซเซียดัด ไปแบบหมดท่า 0-2

คาบ้าน มาดริด โดนไว พ่าย เรอัล โซเซียดัด ไปแบบหมดท่า 0-2

   คาบ้าน เจ้าถิ่น ราชันขุดขาว เรอัล มาดริด โดนนำไวตั้งแต่ต้นเกมนาทีที่ 3 จากจุดโทษ แถมครึ่งหลังยังต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนาม เมื่อ ลูคัส บาซเกซ โดนใบเหลืองที่สอง สุดท้ายพ่ายให้กลับ เรอัล โซเซียดาด ไป 2-0 ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 5 ในศึก ลาลีกา สเปน

คาบ้าน มาดริด โดนไว พ่าย เรอัล โซเซียดัด ไปแบบหมดท่า 0-2

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ เรอัล โซเซียดาด ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ดูบอลออนไลน์ ในวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562

   สำหรับสถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 นัดหลังสุด มาดริด เป็นฝ่ายที่เอาชนะมาได้ทั้งหมด และ เรอัล โซเซียดาด เคยเอาชนะ มาดริด ได้เพียงแค่ครั้งเดียวจากการเจอกันทั้งหมด 23 นัดหลังสุด

   เริ่มเกมมาได้เพียงนาทีที่ 3 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ต้องช็อคไปตามๆกัน เมื่อต้องมาเสียจุดโทษให้กับ โซเซียดาด จากจังหวะที่ คาเซมิโร่ ไปสอย มิเกล เมริโน่ ร่วงลงไปในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันทีและเป็น วิลเลี่ยน โชเซ่ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป ทีมเยือนนำก่อน 1-0

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังราชันพยายามทำเกมบุกเพื่อเอาประตูตีเสมอให้ได้ และเกือบจะมาสำเร็จในนาทีที่ 10 เมื่อ บาซเกซ ปาดบอลจากกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ วินิซิอุส จับแล้วบอลไปเข้าทาง เบนเซม่า ซัดด้วยซ้ายแต่บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

   เกมหลังจากนั้น มาดริด ยังคงเป็นฝ่ายขึงเกมเอาไว้และพยายามจะบุกกดดันเข้าใส่ทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าปัญหาจะอยู่ที่จังหวะสุดท้ายที่ยังคงจบสกอร์กันไม่ลง ทำให้สุดท้ายจบครึ่งแรก ราชัน ยังคงเป็นฝ่ายตามหลัง โซเซียดาด 0-1

   เริ่มครึ่งหลัง มาดริด ได้ลุ้นในนาทีที่ 47 จากเตะมุมทางฝั่งขวา โครส เปิดบอลเข้ากลางจังหวะสุดท้ายเป็น วาราน ที่ได้ยิงไปติดบล็อค โชเซ่ บอลกระดอนออกมาเข้าทาง วินิซิอุส ซัดซ้ำก็ยังไปติดเซฟ รุลลี่ บอลหลุดมาเข้าทาง วาราน อีกครั้งแต่ก็แค่นั้นเพราะสุดท้าย รุลลี่ ก็ยังเซฟด้วยเท้าอยู่ดี

   เล่นไปเล่นมา สถานการณ์ของเจ้าถิ่นดูเหมือนจะยิ่งเลวร้ายลง เมื่อในนาทีที่ 61 ราชันต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ บาซเกซ ไปฟาวล์ใส่ เมริโน่ จากด้านหลังทำให้กรรมการตัดสินใจให้ใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงออกจากสนามไป

   ต่อมาช่วงท้ายเกมนาทีที่ 83 ทีมเยืนมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ อิญาร์ราเมนดี้ ลากพาบอลขึ้นมาก่อนจะฝากออกขวาไปให้ โชเซ่ โยนไปเสาสองทันที ปาร์โด้ โฉบมาโหม่งสวนตัว คูร์กตัวส์ เข้าประตูไป เรอัล โซเซียดาด นำห่าง 2-0

จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านพ่ายให้กับ เรอัล โซซียดาด 0-2 ร่วงลงมาอยู่ที่ 5 บนตาราง

 

เกือบไปแล้ว นาโปลี เฉือน สปอล 1-0 ไล่ยูเว่เหลือ 5 แต้ม

เกือบไปแล้ว นาโปลี เฉือน สปอล 1-0 ไล่ยูเว่เหลือ 5 แต้ม

   เกือบไปแล้ว สำหรับ นาโปลี ที่เพิ่งจะเฉือนเอาชนะ สปอล แบบฉิวเฉียด 1-0 จากประตูชัยของ ราอูล อัลบิโอล ที่สวมบทฮีโร่โหม่งประตูชัยให้กับ นาโปลี เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ไล่ตามจ่าฝูงอย่าง ม้าลาย ยูเวนตุส 5 แต้ม ชั่วคราว ก่อนที่ ยูเว่ จะลงเตะในคืนนี้

เกือบไปแล้ว นาโปลี เฉือน สปอล 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา นาโปลี เปิดบ้านต้อนรับ สปอล ที่สนาม ซานเปาโล ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกม เป็นเจ้าถิ่น นาโปลี ที่ได้โอกาสทักทายก่อนในนาทีที่ 7 จากลูกยิงของ ร็อค ที่จัดการซัดบอลไปติดเซฟนายทวาร สปอล

   ถัดมานาทีที่ 19 ยังคงเป็น นาโปลี ที่ได้ลุ้นต่อเนื่อง จังหวะนี้ กาเญฆ่อน เบิ้ลบอลให้ เมอร์เทนส์ ชิ่งไปที่ ซิลินสกี้ ได้ยิงที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลหลุดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมผ่าครึ่งชั่วโมงแรก แม้ นาโปลี จะพยายามทำเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างต่อเนื่องแต่ สปอล พยายามเล่นคลุมพื้นที่ในแดนของตัวเองได้อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ทำให้ นาโปลี แทบจะไม่มีโอกาสได้ลุ้นประตูเลย

   จนกระทั่งช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45 + 1 ในที่สุด นาโปลี ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมอร์เทนส์ โยนบอลไปเสาแรกให้ อัลบิโอล โหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำ 1-0

   จบครึ่งแรก นาโปลี นำ สปอล อยู่ 1-0

   ครึ่งหลังยังคงเป็น นาโปลี ที่เป็นฝ่ายเล่นเกมรุกและพยายามจะเอาประตูที่สองให้ได้ แต่ในนาทีที่ 53 เจอเกมสวนกลับเกือบเป็นประตูของทีมเยือนเช่นกัน เมื่อแนวรับของ นาโปลี เคลียร์บอลไม่ขาดแล้ว เชียตตาเรลล่า ได้วอลเลห์ บอลกำลังจะเสียบมุมแต่ เมเร็ท ยังล้มตัวปัดออกได้ทัน

   นาทีที่ 68 เป็นโอกาสลุ้นประตูที่สองของ นาโปลี บ้าง เมื่อ กาเญฆ่อน ได้บอลหลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะโยนไปเสาสองให้ คูลิบาลี่ โหม่งเน้นๆ บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ต่อด้วยนาทีที่ 81 นาโปลี ได้จังหวะสวนกลับเร็วและเกือบจะเป็นประตูที่สองของเจ้าถิ่นเมื่อ เมอร์เทนส์ พาบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ อินซิเญ่ ชิ่งคืนมาที่ เมอร์เทนส์ แตะหลบนายทวารทีมเยือนได้แล้วแต่จังหวะยิงดันยิงไปชนเสา อย่างน่าเสียดาย

   ช่วงเวลาที่เหลือ นาโปลี พยายามตั้งรับอย่างเหนียวแน่นและรักษาสกอร์นี้ไปจนจบเกมได้สำเร็จ เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ตามหลังจ่าฝูงอย่าง ยูเวนตุส 5 แต้มเป็นการชั่วคราว

 

3 เม็ดเบาะๆ ซาลาห์ เบิกร่อง ลิเวอร์พูล อัด วัตฟอร์ด 3-0

3 เม็ดเบาะๆ ซาลาห์ เบิกร่อง ลิเวอร์พูล อัด วัตฟอร์ด 3-0

   3 เม็ดเบาะๆ สำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยการยิงเบิกร่องของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ตามมาได้ฟรีคิกของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และปิดท้ายด้วย โรเบโต้ ฟิมิโน่ ซึ่งแม้ วัตฟอร์ด จะเล่นเกมรับได้อย่างดีเยี่ยม แต่สุดท้ายก็พลาดท่าพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ไป-0 ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไล่จี้ แมนซิตี้ มาติดๆ

3 เม็ด ลิเวอร์พูล อัด วัตฟอร์ด ตาม ซิตี้ มาติดๆ

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วัตฟอร์ด เปิดบ้านพบกับ ลิเวอร์พูล ที่สนาม วิคาเรจ โร้ด ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีที่ 9 วัตฟอร์ด เกือบจะได้ประตูขึ้นนำก่อนจากความผิดพลาดของ อลิสซอน เมื่อ ลอฟเรน จ่ายบอลคืนหลังให้ อลิสซอน แล้วจ่ายต่อไปให้ ฟิมิโน่ แต่โดน ดูรูเร่ แย่งมาได้ ยังดีที่ ดีนี่ย์ ไหลบอลไปให้ เดวโลเฟว แรงไป ไม่งั้น ลิเวอร์พูล มีเสียวแน่ๆ

   หลังจากนั้น หงส์แดง ก็พยายามทำเกมบุก แล้วก็มีโอกาสได้ลุ้น 2 ครั้ง นาทีที่ 39 ถือว่าเป็นโอกาสใกล้เคียงสุดของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ จากจังหวะที่ ฟิมิโน่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วพยายามจะซัดเอง บอลพุ่งตรงกรอบแต่ ฟอสเตอร์ ยังรับเอาไว้ได้ทัน

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงนาทีเดียว วัตฟอร์ด สวนกลับเร็วทันที เดวโลเฟว ลากบอลขึ้นมาก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ เปเรร่า จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วดีดด้วยขวา บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูแต่ อลิซซอน ยังคงเซฟเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 52 เป็นโอกาสลุ้นของ หงส์แดง เมื่อ โรเบิร์ตสัน จ่ายทะลุช่องไปให้ ฟิมิโน่ ส่งต่อให้ มาเน่ ยิงไปชนเสาเต็มๆ แต่ถึงบอลจะเข้าประตูก็ไม่ได้อยู่ดี เพราะจังหวะนี้ปีกชาวเซเนกัลล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

   แต่ถัดมานาทีที่ 67 ในที่สุดประตูแรกของ ลิเวอร์พูล ก็มาจนได้ จากจังหวะที่ ฟิมิโน่ แทงบอลให้ มาเน่ ลากไปจนสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะตบกลับมาที่เสาแรกให้ ซาลาห์ วิ่งมาซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งผ่าน ฟอสเตอร์ เข้าไปเป็นประตู หงส์แดง นำก่อน 1-0

   ต่อมานาทีที่ 76 ประตูที่ 2 ของ ลิเวอร์พูล ก็ตามมาจากฟรีคิกที่ระยะประมาณ 22 หลากลางประตู เทรนด์ รับหน้าที่ปั่นด้ายขวา บอลโค้งข้ามกำแพงไปเสียบเสาขวามืออย่างสวยงาม ทีมเยือนนำห่าง 2-0

   นาทีที่ 82 ทั้งๆที่ตกเป็นฝ่ายได้เปรียบแท้ๆ จากการนำอยู่ถึง 2 ประตู แต่ เฮนเดอร์สัน กลับมาเสียใบเหลืองที่ 2 กรรมการเลยแจกแดงไล่ออกจากสนามไป

   วัตฟอร์ด ที่ตัวผู้เล่นเหนือกว่าพยายามจะบุกเพื่อเอาประตูแรกให้ได้ แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ สุดท้ายนาทีที่ 89 กลับเป็น ลิเวอร์พูล ที่มาได้ประตูย้ำชัยจากลูกโหม่งของ ฟิมิโน่ ที่เข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ วัตฟอร์ด-0 เก็บเพิ่ม คะแนน ขยับไล่ตาม แมนซิตี้ ห่าง 2 แต้มเช่นเดิม

 

ผี โกงตาย แมนยู รัวแซง ยูเวนตุส 2-1

ผี โกงตาย แมนยู รัวแซง ยูเวนตุส 2-1

   ผี โกงตายแบบไม่น่าเชื่อหลังจากที่ แมนยู ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ม้าลาย ยูเวนตุส ที่ได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงสุดสวยของ คริสเตียโน โรนัลโด้

   แต่ท้ายเกม ปีศาจแดง กลับมาได้ประตูตีเสมอจาก ฆวน มาต้า และอีก 1 ประตูจากการที่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาแซงชนะ ยูเวนตุส 2-1 ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับม้าลายเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช ยูเวนตุส เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม ยูเวนตุส สเตเดี้ยม ในวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2561

   สำหรับ ยูเวนตุส ฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากเพราะพวกเขาเล่นมา 14 นัดรวมทุกรายการ ยังไม่เคยพบกับความปราชัยให้กับทีมใดเลย โดยนัย 14 เกมนั้น ม้าลาย หลุดเสมอเพียงแค่นัดเดียว นอกนั้นชนะเรียบ

   ส่วนทางด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มการเล่นในช่วงนี้ก็ค่อยๆดีขึ้น โดย 6 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาแพ้แค่เกมเดียวและชนะไปถึง 3 เกมด้วยกัน

ผี โกงตาย รัวแซง ยูเวนตุส 2-1

   เริ่มเกม ยูเวนตุส บุกจากซ้ายไปขวาและเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 5 ดีบาล่า ยกบอลให้ โรนัลโด้ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะวอลเล่ย์เต็มเท้าแต่ ลินเดอเลิฟ ยังบล็อกออกหลังไปได้ก่อนที่บอลจะพุ่งเข้าประตู

   จากนั้น ยูเว่ พยายามจะบุกกดดันใส่ แมนยู และมีจังหวะลุ้นหลายครั้งแต่ยังทำประตูไม่ได้ กระทั่งเกมผ่านครึ่งชั่วโมง ปีศาจแดง เริ่มตั้งเกมได้และบุกสู้ได้มากขึ้น

   นาทีที่ 31 แมนยู ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา อเล็กซิส ปั่นบอลไปติดกำแพงแล้วม้าลายได้ทีสวนกลับทันควัน ดีบาล่า ไหลบอลออกขวาให้ เคดิร่า ยิงแบบไม่จับ บอลพุ่งไปตรงกรอบแต่ เด เคอา ยังรับเอาไว้ได้ติดมือ

   ถัดมานาทีที่ 34 ปีศาจแดง เกือบจะเสียประตูให้กับ ยูเวนตุส งานนี้คงต้องยกเครดิตให้ เด เคอา เมื่อ กัวดราโด้ เลี้ยงบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะซัดเรียดๆ บอลพรุ่งไปแฉลบ มาติช เปลี่ยนทางแต่ เด เคอา ยังไม่พลาด พุ่งไปปัดบอลได้ทันพอดี แล้วเป็น ลินเดอเลิฟ ที่มาช่วยเคลียร์ทิ้งได้ก่อนที่จะโดนซ้ำ

   ครึ่งหลังเกมยังคงดุเดือด ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับ นาทีที่ 50 ยูเว่ ได้ลุ้นจากจังหวะที่เล่นต่อบอลกันแถวเขตโทษของ แมนยู สุดท้ายเป็น ดิบาล่า ที่ได้ปั่นด้วยซ้าย เด เคอา ทำได้แค่มองแล้วแต่บอลโค้งชนคานอย่างน่าเสียดาย ไม่งั้นม้าลายคงเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนแล้ว

   แต่หลังจากที่ ยูเว่ พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายในที่สุดก็มาได้ประตูแรกจนได้ในนาทีที่ 65 จากการเข้าทำที่ยอดเยี่ยม โบนุชชี่ วางบอลจากกลางสนามมาให้ โรนัลโด้ ที่สลัดหนี ลินเดอเลิฟ มาได้ไม่ล้ำหน้า ได้บอลหลุดไปวอลเล่ย์ด้วยขวา บอลไซด์ก้อยเบียดเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ยูเวนตุส นำ 1-0

   หลังจากได้ประตูแรก ม้าลายยังคงพยายามทำเกมบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังประตูที่ 2 และก็เกือบจะสมหวังอยู่หลาย ครั้งแต่ยังทำกันไม่ได้

   จนกระทั่งช่วงท้ายเกม กลายเป็น แมนยู ที่มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 สำเร็จ ในนาทีที่ 86 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะกำลังอันตราย ยัง ทำท่าจะยิงแต่วิ่งข้ามหลอกก่อนหนึ่งจังหวะแล้วปล่อยให้ มาต้า ที่ลงมาเป็นสำรองปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งข้ามกำแพงเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

   จากนั้นในนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูพลิกแซง 2-1 อย่างไม่น่าเชื่อ จากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ยัง เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้ เฟลไลนี่ โหม่งไปเสาสองทั้ง ป๊อกบา ทั้ง ซานโดร แล้วก็ โบนุชชี่ ต่างโถมตัวไปพร้อมกัน สุดท้ายแจ๊คพอตบอลดันไปโดน โบนุชชี่ กระดอนเข้าประตูตัวเองซะงั้น

   จบเกม ปีศาจแดง เป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยจาก ยูเวนตุส ถึงถิ่น 2-1