เกือบไปแล้ว นาโปลี เฉือน สปอล 1-0 ไล่ยูเว่เหลือ 5 แต้ม

เกือบไปแล้ว นาโปลี เฉือน สปอล 1-0 ไล่ยูเว่เหลือ 5 แต้ม

   เกือบไปแล้ว สำหรับ นาโปลี ที่เพิ่งจะเฉือนเอาชนะ สปอล แบบฉิวเฉียด 1-0 จากประตูชัยของ ราอูล อัลบิโอล ที่สวมบทฮีโร่โหม่งประตูชัยให้กับ นาโปลี เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ไล่ตามจ่าฝูงอย่าง ม้าลาย ยูเวนตุส 5 แต้ม ชั่วคราว ก่อนที่ ยูเว่ จะลงเตะในคืนนี้

เกือบไปแล้ว นาโปลี เฉือน สปอล 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา นาโปลี เปิดบ้านต้อนรับ สปอล ที่สนาม ซานเปาโล ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกม เป็นเจ้าถิ่น นาโปลี ที่ได้โอกาสทักทายก่อนในนาทีที่ 7 จากลูกยิงของ ร็อค ที่จัดการซัดบอลไปติดเซฟนายทวาร สปอล

   ถัดมานาทีที่ 19 ยังคงเป็น นาโปลี ที่ได้ลุ้นต่อเนื่อง จังหวะนี้ กาเญฆ่อน เบิ้ลบอลให้ เมอร์เทนส์ ชิ่งไปที่ ซิลินสกี้ ได้ยิงที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลหลุดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมผ่าครึ่งชั่วโมงแรก แม้ นาโปลี จะพยายามทำเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างต่อเนื่องแต่ สปอล พยายามเล่นคลุมพื้นที่ในแดนของตัวเองได้อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ทำให้ นาโปลี แทบจะไม่มีโอกาสได้ลุ้นประตูเลย

   จนกระทั่งช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45 + 1 ในที่สุด นาโปลี ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมอร์เทนส์ โยนบอลไปเสาแรกให้ อัลบิโอล โหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เจ้าถิ่นนำ 1-0

   จบครึ่งแรก นาโปลี นำ สปอล อยู่ 1-0

   ครึ่งหลังยังคงเป็น นาโปลี ที่เป็นฝ่ายเล่นเกมรุกและพยายามจะเอาประตูที่สองให้ได้ แต่ในนาทีที่ 53 เจอเกมสวนกลับเกือบเป็นประตูของทีมเยือนเช่นกัน เมื่อแนวรับของ นาโปลี เคลียร์บอลไม่ขาดแล้ว เชียตตาเรลล่า ได้วอลเลห์ บอลกำลังจะเสียบมุมแต่ เมเร็ท ยังล้มตัวปัดออกได้ทัน

   นาทีที่ 68 เป็นโอกาสลุ้นประตูที่สองของ นาโปลี บ้าง เมื่อ กาเญฆ่อน ได้บอลหลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะโยนไปเสาสองให้ คูลิบาลี่ โหม่งเน้นๆ บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ต่อด้วยนาทีที่ 81 นาโปลี ได้จังหวะสวนกลับเร็วและเกือบจะเป็นประตูที่สองของเจ้าถิ่นเมื่อ เมอร์เทนส์ พาบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ อินซิเญ่ ชิ่งคืนมาที่ เมอร์เทนส์ แตะหลบนายทวารทีมเยือนได้แล้วแต่จังหวะยิงดันยิงไปชนเสา อย่างน่าเสียดาย

   ช่วงเวลาที่เหลือ นาโปลี พยายามตั้งรับอย่างเหนียวแน่นและรักษาสกอร์นี้ไปจนจบเกมได้สำเร็จ เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ตามหลังจ่าฝูงอย่าง ยูเวนตุส 5 แต้มเป็นการชั่วคราว

 

3 เม็ดเบาะๆ ซาลาห์ เบิกร่อง ลิเวอร์พูล อัด วัตฟอร์ด 3-0

3 เม็ดเบาะๆ ซาลาห์ เบิกร่อง ลิเวอร์พูล อัด วัตฟอร์ด 3-0

   3 เม็ดเบาะๆ สำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยการยิงเบิกร่องของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ตามมาได้ฟรีคิกของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และปิดท้ายด้วย โรเบโต้ ฟิมิโน่ ซึ่งแม้ วัตฟอร์ด จะเล่นเกมรับได้อย่างดีเยี่ยม แต่สุดท้ายก็พลาดท่าพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ไป-0 ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไล่จี้ แมนซิตี้ มาติดๆ

3 เม็ด ลิเวอร์พูล อัด วัตฟอร์ด ตาม ซิตี้ มาติดๆ

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วัตฟอร์ด เปิดบ้านพบกับ ลิเวอร์พูล ที่สนาม วิคาเรจ โร้ด ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีที่ 9 วัตฟอร์ด เกือบจะได้ประตูขึ้นนำก่อนจากความผิดพลาดของ อลิสซอน เมื่อ ลอฟเรน จ่ายบอลคืนหลังให้ อลิสซอน แล้วจ่ายต่อไปให้ ฟิมิโน่ แต่โดน ดูรูเร่ แย่งมาได้ ยังดีที่ ดีนี่ย์ ไหลบอลไปให้ เดวโลเฟว แรงไป ไม่งั้น ลิเวอร์พูล มีเสียวแน่ๆ

   หลังจากนั้น หงส์แดง ก็พยายามทำเกมบุก แล้วก็มีโอกาสได้ลุ้น 2 ครั้ง นาทีที่ 39 ถือว่าเป็นโอกาสใกล้เคียงสุดของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ จากจังหวะที่ ฟิมิโน่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วพยายามจะซัดเอง บอลพุ่งตรงกรอบแต่ ฟอสเตอร์ ยังรับเอาไว้ได้ทัน

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงนาทีเดียว วัตฟอร์ด สวนกลับเร็วทันที เดวโลเฟว ลากบอลขึ้นมาก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ เปเรร่า จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วดีดด้วยขวา บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูแต่ อลิซซอน ยังคงเซฟเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 52 เป็นโอกาสลุ้นของ หงส์แดง เมื่อ โรเบิร์ตสัน จ่ายทะลุช่องไปให้ ฟิมิโน่ ส่งต่อให้ มาเน่ ยิงไปชนเสาเต็มๆ แต่ถึงบอลจะเข้าประตูก็ไม่ได้อยู่ดี เพราะจังหวะนี้ปีกชาวเซเนกัลล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

   แต่ถัดมานาทีที่ 67 ในที่สุดประตูแรกของ ลิเวอร์พูล ก็มาจนได้ จากจังหวะที่ ฟิมิโน่ แทงบอลให้ มาเน่ ลากไปจนสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะตบกลับมาที่เสาแรกให้ ซาลาห์ วิ่งมาซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งผ่าน ฟอสเตอร์ เข้าไปเป็นประตู หงส์แดง นำก่อน 1-0

   ต่อมานาทีที่ 76 ประตูที่ 2 ของ ลิเวอร์พูล ก็ตามมาจากฟรีคิกที่ระยะประมาณ 22 หลากลางประตู เทรนด์ รับหน้าที่ปั่นด้ายขวา บอลโค้งข้ามกำแพงไปเสียบเสาขวามืออย่างสวยงาม ทีมเยือนนำห่าง 2-0

   นาทีที่ 82 ทั้งๆที่ตกเป็นฝ่ายได้เปรียบแท้ๆ จากการนำอยู่ถึง 2 ประตู แต่ เฮนเดอร์สัน กลับมาเสียใบเหลืองที่ 2 กรรมการเลยแจกแดงไล่ออกจากสนามไป

   วัตฟอร์ด ที่ตัวผู้เล่นเหนือกว่าพยายามจะบุกเพื่อเอาประตูแรกให้ได้ แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ สุดท้ายนาทีที่ 89 กลับเป็น ลิเวอร์พูล ที่มาได้ประตูย้ำชัยจากลูกโหม่งของ ฟิมิโน่ ที่เข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ วัตฟอร์ด-0 เก็บเพิ่ม คะแนน ขยับไล่ตาม แมนซิตี้ ห่าง 2 แต้มเช่นเดิม

 

ผี โกงตาย แมนยู รัวแซง ยูเวนตุส 2-1

ผี โกงตาย แมนยู รัวแซง ยูเวนตุส 2-1

   ผี โกงตายแบบไม่น่าเชื่อหลังจากที่ แมนยู ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ม้าลาย ยูเวนตุส ที่ได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงสุดสวยของ คริสเตียโน โรนัลโด้

   แต่ท้ายเกม ปีศาจแดง กลับมาได้ประตูตีเสมอจาก ฆวน มาต้า และอีก 1 ประตูจากการที่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาแซงชนะ ยูเวนตุส 2-1 ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับม้าลายเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช ยูเวนตุส เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม ยูเวนตุส สเตเดี้ยม ในวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2561

   สำหรับ ยูเวนตุส ฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากเพราะพวกเขาเล่นมา 14 นัดรวมทุกรายการ ยังไม่เคยพบกับความปราชัยให้กับทีมใดเลย โดยนัย 14 เกมนั้น ม้าลาย หลุดเสมอเพียงแค่นัดเดียว นอกนั้นชนะเรียบ

   ส่วนทางด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มการเล่นในช่วงนี้ก็ค่อยๆดีขึ้น โดย 6 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ พวกเขาแพ้แค่เกมเดียวและชนะไปถึง 3 เกมด้วยกัน

ผี โกงตาย รัวแซง ยูเวนตุส 2-1

   เริ่มเกม ยูเวนตุส บุกจากซ้ายไปขวาและเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 5 ดีบาล่า ยกบอลให้ โรนัลโด้ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะวอลเล่ย์เต็มเท้าแต่ ลินเดอเลิฟ ยังบล็อกออกหลังไปได้ก่อนที่บอลจะพุ่งเข้าประตู

   จากนั้น ยูเว่ พยายามจะบุกกดดันใส่ แมนยู และมีจังหวะลุ้นหลายครั้งแต่ยังทำประตูไม่ได้ กระทั่งเกมผ่านครึ่งชั่วโมง ปีศาจแดง เริ่มตั้งเกมได้และบุกสู้ได้มากขึ้น

   นาทีที่ 31 แมนยู ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา อเล็กซิส ปั่นบอลไปติดกำแพงแล้วม้าลายได้ทีสวนกลับทันควัน ดีบาล่า ไหลบอลออกขวาให้ เคดิร่า ยิงแบบไม่จับ บอลพุ่งไปตรงกรอบแต่ เด เคอา ยังรับเอาไว้ได้ติดมือ

   ถัดมานาทีที่ 34 ปีศาจแดง เกือบจะเสียประตูให้กับ ยูเวนตุส งานนี้คงต้องยกเครดิตให้ เด เคอา เมื่อ กัวดราโด้ เลี้ยงบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะซัดเรียดๆ บอลพรุ่งไปแฉลบ มาติช เปลี่ยนทางแต่ เด เคอา ยังไม่พลาด พุ่งไปปัดบอลได้ทันพอดี แล้วเป็น ลินเดอเลิฟ ที่มาช่วยเคลียร์ทิ้งได้ก่อนที่จะโดนซ้ำ

   ครึ่งหลังเกมยังคงดุเดือด ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับ นาทีที่ 50 ยูเว่ ได้ลุ้นจากจังหวะที่เล่นต่อบอลกันแถวเขตโทษของ แมนยู สุดท้ายเป็น ดิบาล่า ที่ได้ปั่นด้วยซ้าย เด เคอา ทำได้แค่มองแล้วแต่บอลโค้งชนคานอย่างน่าเสียดาย ไม่งั้นม้าลายคงเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนแล้ว

   แต่หลังจากที่ ยูเว่ พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายในที่สุดก็มาได้ประตูแรกจนได้ในนาทีที่ 65 จากการเข้าทำที่ยอดเยี่ยม โบนุชชี่ วางบอลจากกลางสนามมาให้ โรนัลโด้ ที่สลัดหนี ลินเดอเลิฟ มาได้ไม่ล้ำหน้า ได้บอลหลุดไปวอลเล่ย์ด้วยขวา บอลไซด์ก้อยเบียดเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ยูเวนตุส นำ 1-0

   หลังจากได้ประตูแรก ม้าลายยังคงพยายามทำเกมบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังประตูที่ 2 และก็เกือบจะสมหวังอยู่หลาย ครั้งแต่ยังทำกันไม่ได้

   จนกระทั่งช่วงท้ายเกม กลายเป็น แมนยู ที่มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 สำเร็จ ในนาทีที่ 86 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะกำลังอันตราย ยัง ทำท่าจะยิงแต่วิ่งข้ามหลอกก่อนหนึ่งจังหวะแล้วปล่อยให้ มาต้า ที่ลงมาเป็นสำรองปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งข้ามกำแพงเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

   จากนั้นในนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูพลิกแซง 2-1 อย่างไม่น่าเชื่อ จากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ยัง เปิดบอลไปหน้าปากประตูให้ เฟลไลนี่ โหม่งไปเสาสองทั้ง ป๊อกบา ทั้ง ซานโดร แล้วก็ โบนุชชี่ ต่างโถมตัวไปพร้อมกัน สุดท้ายแจ๊คพอตบอลดันไปโดน โบนุชชี่ กระดอนเข้าประตูตัวเองซะงั้น

   จบเกม ปีศาจแดง เป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยจาก ยูเวนตุส ถึงถิ่น 2-1

 

โตโยต้า ไทยลีก เก็บตกประเด็นร้อน นัดที่ 33

โตโยต้า ไทยลีก เก็บตกประเด็นร้อน นัดที่ 33

   โตโยต้า ไทยลีก ในฤดูกาลนี้ก็เดินทางมาเกือบจะถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะพามาสรุปประเด็นร้อนที่เกินขึ้นใน ไทยลีก ดูบอลสด นัดที่ 33 นี้ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งสัปดาห์นี้มีประตูเกิดขึ้นรวมมากกว่า 32 ประตู

โตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 33 สรุปประเด็น

ดิโอโก้ 100 ตุงแล้วจ้า

   หลังจากที่ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ แอร์ฟอร์ซ 4-2 ก็ทำให้ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่ซัดแฮตทริกได้ในเกมนี้ ทำประตูในฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก ทะลุ 100 ประตูไปเรียบร้อยแล้ว

   นอกจากนั้นยังมี ดราแกน บอสโควิช หัวหอกจาก การท่าเรือ เอฟซี ก็สามารถตะบันประตูครบ 100 ประตูเช่นกัน หลังจากที่พา สิงห์เจ้าท่า ถล่มชลบุรี 5-0 ซึ่งทั้งสองคนเป็นนักเตะคนที่ 6 และ 7 ที่ยิงประตูในไทยลีกครบ 100 ประตูต่อจาก ศรายุทธ ชัยคำดี, พิภพ อ่อนโม้, ธีรศิลป์ แดงดา, เคลตัน ซิลวา และ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส

   นอกจากนี้ ดิโอโก้ ยังเป็นนักเตะต่างชาติคนแรกที่สามารถยิงประตูทะลุ 100 ประตู จากสโมสรเดียวในไทยลีกอีกด้วย

โปลิศเทโร โบกมือลาไทยลีก

   หลังจากที่ โปลิส เทโร เอฟซี บุกไปพ่ายให้กับราชนาวี 2-4 ทำให้ โปลิส เป็นทีมที่ 4 ที่ร่วงตกชั้นลงไปเล่นใน M150 แชมเปี้ยนส์ชิพ ในฤดูกาลหน้า ตาม แอร์ฟอร์ซ, อุบล, และ ราชนาวี ไปเรียบร้อยแล้ว ปิดตำนาน 22 ปี ที่สโมสร โปลิศ เทโร เอฟซี โลดแล่นบนลีกสูงสุด

ศึกชิงไทยลีกอันดับ 3

   อันดับ 3 ในไทยลีกนั้นดูเหมือนจะทวีความสำคัญขึ้นมาทันทีหลังจากที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในรายการ ช้าง เอฟเอคัพ และหากสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้จะทำให้ทีมอันดับ 3 ของ โตโยต้า ไทยลีก ได้โควต้าไปเล่นในศึกฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยส์ลีก รอบเพลย์ออฟ ในฤดูกาลหน้าทันที

   ซึ่งทีมอันดับ 3 ของ ไทยลีก ในตอนนี้คือ การท่าเรือ เอฟซี เราต้องมาดูกันว่า สิงห์เจ้าท่า จะสามารถรักษาตำแหน่งนี้ต่อไปได้หรือไม่ หรือว่าจะเป็น กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะแซงขึ้นมาคว้าโควตานี้ไปครอง

ตั๋วตกชั้นใบสุดท้าย

   ตอนนี้มีเพียง 3 ทีม ที่กำลังสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อหนีตายอยู่รอดบน ไทยลีก ได้แก่ ชัยนาท ฮอร์นบิล, สุโขทัย เอฟซี และบางกอกกล๊าส เอฟซี ต้องมาลุ้นกันว่าทีมใดจะเป็นผู้โชคร้ายร่วงตกชั้น

   นัดสุดท้าย ชัยนาท ฮอร์นบิล ต้องออกไปเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี ทางด้าน สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านเจอกับ แอร์ฟอร์ซ ในขณะที่ บีจี เล่นในบ้านพบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต้องบอกว่างานนี้ต้องลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว เพราะสถานการณ์ ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ

 

พูลิซิช ช่วย “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ แบ่งแต้ม ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1

พูลิซิช ช่วย “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ แบ่งแต้ม ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1

   พูลิซิช ช่วย โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เหลือผู้เล่นในสนามแค่ 10 คน แบ่งแต้มกลับบ้านได้สำเร็จ หลังจากที่บุกไปเสมอ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1 ซึ่งในเกมนี้ทีมเยือนเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 75 หลังจากที่ อับดู ดิยาลโล่ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

   ดูบอลสด ฟุตบอล บุนเดสลีกา ในวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 ฮอฟเฟ่นไฮม์ เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่สนาม เวียร์ซอล ไรน์ เนคเกอร์ อารีน่า

   ดอร์ทมุนด์ เปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่งจากนัดที่บุกไปชนะ คลับบรูช ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 1-0 เกมนี้ โธมัส เดลานี่ย์ มีปัญหาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจึงมีชื่อเป็นเพียงแค่สำรอง แต่ได้ คริสเตียน พูลิซิช กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากที่ทดสอบความฟิตผ่าน และส่ง ชินจิ คากาวะ ลงสนามเป็นตัวจริงแทน มาริโอ เกิทเซ่ แดนกลางใช้ อาเซล วิตเซล ส่วนทางด้าน มาห์มูด ดาฮูด ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง

   ส่วนทางด้านเจ้าถิ่น ฮอฟเฟ่นไฮม์ แดนกลางจะใช้ นิโก้ ชูลว์ และ เลโอนาร์โด้ บิทเทนคอร์ท เกมรุกส่ง โจลินตัน และ อังเดร ครามาริช ลงล่าตาข่าย

พูลิซิช ยิงท้ายเกม ดอร์ทมุนด์ เสมอ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรกเป็น ดอร์ทมุนด์ ที่ครองบอลได้ดีกว่า แต่ก็ยังทำอะไรทาง ฮอฟเฟ่นไฮม์ ไม่ได้เพราะเกมรับที่เหนียวแน่นของเจ้าบ้าน นอกจากนี้ยังเล่นจังหวะสวนกลับเร็วได้ดีในหลายๆจังหวะ

   นาทีที่ 18 ฮอฟเฟ่นไฮม์ พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ ชูลซ์ พาบอลหลุดขึ้นไปทางซ้าย ก่อนจะปัดผ่านหน้าประตู ไปให้ บิทเทนคอร์ด ได้ซัดโล่งโล่งแต่น่าเสียดายที่ เบอร์กี้ เซฟไว้ทัน

   เกมผ่าน ไปครึ่งชั่วโมง รูปเกมยังคงเป็น ดอร์ทมุนด์ ที่ครองบอลได้เยอะกว่า พยายามจะเจาะเอาประตูแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เจ้าถิ่นยังคงเล่นเกมรับและเกมสวนกลับได้น่าหวาดเสียว หลายครั้ง

   กระทั่งนาทีที่ 44 ฮอฟเฟ่นไฮม์ ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากจังหวะที่แนวรับของ ดอร์ทมุนด์ สกัดบอลไม่ขาด บอลไปเข้าทาง โจลินตัน ได้ซัดด้วยซ้ายแถวหัวกระโหลก บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงามฮอฟเฟ่นไฮม์นำ 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 50 ดอร์ทมุนด์ เกือบจะเสียประตูที่ 2 ให้กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ แต่ยังดีที่ VAR ช่วยไว้ ว่าจังหวะดังกล่าวผู้เล่นของเจ้าถิ่นนำหน้าไปก่อนแล้ว

   จากนั้นนาทีที่ 75 ทีมเยือนต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นเมื่อ ดิยาลโล่ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม จากการที่ไปตัดฟาวล์ ครามาริช

   แต่แม้จะเหลือเพียงแค่ 10 คนสุดท้าย เสือเหลือง ก็มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จในนาทีที่ 84 จาก จังหวะที่ รอยส์ พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายไปให้ พูลิซิช ยิงเข้าไปอย่างสวยงาม

จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บอกมาเสมอ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-1 แบ่งกันไปคนละ 1 แต้ม